คดีฆาตกรรม : คดีแม่ม้ายดำ (ญี่ปุ่น : 2013)

คดีฆาตกรรม : คดีแม่ม้ายดำ แห่งญี่ปุ่น (ญี่ปุ่น : 2013)

หลังจากที่ประเทศไทย เกิดคดี แอม ไซยาไนท์ หรือ แอม สาระไนท์ หรือแอม สาระรัตน์ ในปี 2023 เราคงต้องย้อนหลังไปคดี แม่ม่ายดำ แห่งญี่ปุ่น ที่ฆ่าสามีของเธอด้วยการวางพิษไซยาไนด์

โดยฉายาแม่ม่ายดำ ที่ผู้สื่อข่าวเป็นคนตั้งฉายาให้เป็นการตั้งชื่อตาม แมงมุมพิษ ที่่จะฆ่าคู่ครองของมันอย่างโหดเหี้ยม หลังจากผสมพันธุ์เสร็จ 
 
เหตุการณ์คดีทั้งหมด จะอยู่ช่วงระยะเวลาปี 2013-2014 ชิซาโกะ คาเคฮิ ในวัย 60 ปี เริ่มต้นด้วยการฆ่าสามี และคู่ควง ของเธอ 3 คน และพยายามฆ่าอีกหนึ่งคน แต่เชื่อกันว่า เธอยังเป็นผู้ต้องสงสัยว่ามส่วนร่วมฆ่าอีก อย่างน้อย 7 ศพ 

เหยื่อรายสุดท้าย
โดยในปี 2013 ชิซาโกะ คาเคฮิ แม่หม้ายวัย 67 ปี  เธอได้เริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ผ่าน บริษัทจัดหาคู่ ของญี่ปุ่น ภายในระยะเวลาเพียงสองเดือน ทั้งคู่แต่งงานกัน และย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน และเริ่มต้นชีวิตที่ดูเหมือนจะมีความสุข ในเมืองเกียวโต โดยทำเค้กข้าวสำหรับฉลองปีใหม่

แต่สามีใหม่คนนี้ คือ อิซาโอะ คาเคฮิ กลับไม่มีชีวิตอยู่เพื่อฉลองวันปีใหม่ เพราะวันที่ 28 ธันวา เขากลายเป็นเหยื่อรายสุดท้ายของ ชิซาโกะ คาเคฮิ ฉายา แม่ม่ายดำ 

ทำให้ตำรวจ เข้าจับกุม ชิซาโกะ ใน 11 เดือนต่อมา   ตำรวจญี่ปุ่นไล่สืบ ย้อนกลับไป การฆาตกรรมที่เกิดขึ้น 15 ปีก่อน ในเมือง เกียวโต โอซาก้า และเฮียวโก 

อย่างไรก็ดี ตำรวจยังไม่แน่ใจว่า ช่วงที่ ชิซาโกะ อายุระหว่าง 54-75 ปีนั้น เพราะช่วงนั้นเธอมีแฟนหลายคน และยังเสียชีวิตในช่วงนั้น แต่ตำรวจยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่หลายคน ชิซาโกะ เธอจะเป็นคนรับมรดกทรัพย์สินของพวกเขาทันทีหลังจากที่พวกเขาเสียชีวิต

อดีตของชิซาโกะ
ในอดีต เธอแต่งงานกับสามีคนแรก ในตอนที่เธออายุเพียง 23 ปี ในปี 1969 และอยู่กินกันยาวนานถึง 25 ปี ก่อนที่ปี 1994 สามีเธอจะ ล้มป่วยและเสียชีวิตลง 

ถัดมา ในปี 2007  เธอก็เริ่มต้นความสัมพันธ์กับ โตชิอะกิ ซูอิฮิโระ ที่มีอายุถึง 78 ปี  ช่วงบ่ายวันที่ 18 ธันวาคม ระหว่างรับประทานอาหารกับลูกๆ ของเขา ชิซาโกะ ได้ปลอมยาอาหารเสริมที่ใส่ไซยาไนด์ แล้วไปมอบให้เขา 

หลังทานอาหารไม่ถึง 15 นาที ซูอิฮิโระ ก็ล้มลงหมดสติ แต่เมื่อรถพยาบาลมารับ และไปที่โรงพยาบาล เธอกลับใช้นามแฝงว่า ฮิโระโอกะ เพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ แต่โชคดีเขาถึงมือหมอทัน และรอดชีวิต ถือเป็นเหยื่อเพียงรายเดียวที่รอดชีวิต แต่ก็เสียชีวิตหลังจากนั้นปีครึ่งที่ไม่เกี่ียวข้องกับคดีนี้

ไม่กี่ปีต่อมา เธอก็แสวงหาเหยื่อรายต่อไป คือ มานาโนริ ฮอนด้า อายุ 71 ปี คนนี้แม้อายุจะเยอะ แต่สุขภาพแข็งแรง และมักไปฟิตเนส เสมอๆ แม้ว่าความสัมพันธ์จะไม่ชัดเจน แต่ทั้งคู่ก็บอกกับเพื่อนๆว่า เร็วๆนี้ ทั้งคู่ จะแต่งงานกันเสมอ 

แต่แล้วในวันที่ 9 มีนาคม 2555 หลังจากที่ทั้งสองได้เจอกัน แล้วก็แยกทางกัน เขากลับหมดสติระหว่างขับขี่มอเตอร์ไซค์ เมื่อถูกส่งไปที่โรงพยาบาล หมอก็ลงความเห็นว่า เขาเสียชีวิตแล้ว

เหมือนความสัมพันธ์จะไม่แน่นแฟ้นอย่างที่บอกกับทุกคน เพราะไม่กี่เดือนถัดมา ชิซาโกะ ก็เริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ทันที ผ่านบริษัทจัดหาคู่ 

เหยื่อรายใหม่ คนนี้ชื่อ มิโนรุ ฮิโอกิ ในวัย 75 ปี คนนี้ เป็นคนเหงาและเพิ่งหายจากโรคมะเร็งปอด ไม่นานความรักก็งอกเงย ถึงขนาดเคยเขียนอีเมล์ระบุความสัมพันธ์ของทั้งคู่ว่า พวกเขามักจะไปกินข้าวและค้างคืนอยู่ด้วยกันเสมอๆ

แต่เพียงไม่ถึงปี ความรักของทั้งคู่ก็สิ้นสุดลง วันที่ 20 กันยายน เมื่อทั้งคู่ออกไปทานอาหารเย็นด้วยกัน และฮิโรกิ ก็มักจะทานอาหารเสริมเป็นประจำ ทำให้มันเป็นเรื่องง่ายที่ ชิซากิ จะปลอมยาไซยาไนด์ ให้กับเขา ไม่นาน เขาก็ล้มลง 

เขาถูกส่งไปโรงพยาบาล ชิซาโกะ โกหก เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลว่า เขาไม่มีลูกหลาน และป่วยเป็นโรคมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ทำให้เธอปฎิเสธในการช่วยชีวิตจากโรงพยาบาล เขาเสียชีวิตภายใน 2 ชั่วโมง

เพียงสองเดือนหลังจากที่ ฮิโอกิ เสียชีวิต เขาก็เริ่มต้นความสัมพันธ์ กับอิซาโอะ เป้าหมายรายสุดท้ายของเธอ แม้ว่า งานนี้ทั้งคู่จะแต่งงานกันแล้วก็ตาม แต่เธอยังคงออกเดทแบบลับๆ กับชายอื่น (ตามหลักฐานบนชั้นศาล)

แต่ดูเหมือน อิซาโอะ จะไม่ได้มีความเฉลียวในเรื่องต่างๆ เขากลับเร่งความสัมพันธ์ในการใช้ชีวิต เขาเคยให้เหตุผลว่า เขาต้องการทำให้ดีที่สุด เพื่อให้ชีวิตของทั้งคู่สดใส และยืนยาวออกไป

แต่ภายในไม่กี่สัปดาห์ หลังกินข้าวเย็นกับภรรยาใหม่ เขาก็ล้มพุบลง เธอต้องเรียกรถพยาบาลเพื่อส่งเขาไปโรงพยาบาล ตำรวจเริ่มสงสัยเกี่ยวกับ คู่รักที่โชคร้ายของ ชิซาโกะ ทำให้เริ่มต้นสืบสวน

การสืบสวนเริ่มต้น
ที่ญี่ปุ่น การชันสูตรพลิกศพนั้นถือเป็นเรื่องที่ลึกลับ หากไม่มีเหตุต้องสงสัยจริงๆ จะไม่มีการชันสูตรพลิกศพ โดยคำให้การเริ่มต้นที่ หลังรับประทานอาหาร  ทำให้ ตำรวจต้องยื่นเรื่อง ขอชันสูตรพลิกศพ ของ อิซาโอะ แล้วก็พบ ไซยาไนด์ ในกระเพาะอาหาร หัวใจ และเลือด 

ตำรวจมุ่งหน้าไปค้นอพาร์ทเม้นท์ของ อิซาโอะ ทันที ก็พบ อาหารเสริม ที่ถูกเทออกและแทนที่ด้วยไซยาไนด์ ที่บดเป็นผงใส่แทนแล้ว

ทำให้ตำรวจค้นหาหลักฐานเพิ่มเติม โดยไปค้นพบ ภายในกระถางต้นไม้พบ ถุงพลาสติกที่ภายในบรรจุไซยาไนด์ แต่ประเด็นคือ ถุงสีดำ และไซยาไนด์ภายในนั้น มีสภาพเหมือนใช้มาหลายเดือนแล้ว!!! แต่พวกเขาเพิ่งคบและแต่งงานกันไม่กี่เดือน !!!

ทำให้ตำรวจต้องย้อนไปค้นที่อยู่อาศัยของ ชิซาโกะ ก็พบถุงสีดำ และไซยาไนด์ด้วยเช่นกัน ตำรวจเข้าจับกุมชิซาโกะ 

ตำรวจพยายามเชื่อมโยง อีก 7 คดี เข้าด้วยกัน แต่อัยการรับเรื่องไว้เพีง 4 คดี เพราะอีก 3 คดีนั้น หลักฐานอ่อนเกินไป

ปมประเด็น
แน่นอนว่าเรื่องเงิน แต่มันยังมีแยกย่อยกว่านั้น
1.  โตชิอะกิ ซูอิฮิโระ เป็นเจ้าหนี้เธอ ประมาณ 437000 เหรียญสหรัฐ ศาลพิจารณาว่า เธอต้องการฆ่าล้างหนี้ โดยหลังจากที่ ซูอิฮิโระ เสียชีวิตไม่นาน เธอก็เขียนจดหมายถึงลูกๆ ของเขาว่า ได้ชำระหนี้หมดแล้ว ด้วย มรดกจากชายคนอื่น???
2. มานาโนริ ฮอนด้า หลักฐานในชั้นศาลระบุว่า เธอได้รับเงินเพียง 145000 เหรียญสหรัฐ แต่เชื่อกันว่า ฮอนด้านะมีฐานะและทรัพย์สินมากกว่านั้นมาก  โดยระบุว่า เขาควรมีทรัพย์สินถึง 1.45 ล้านเหรียญสหรัฐ

แม่ม้ายดำ ไม่ใช่มีคนเดียว
ญี่ปุ่นไม่ใช่มีฆาตกร Black Widow เพียงคนเดียว ยังมี คานาเอะ คิจิมะ วัย 46 ปี ที่ฆาตกรรมผู้ชายอีก 3 คน ผ่านเวปไซต์หาคู่เช่นเดียวกัน และได้รับแรงกระตุ้นจาก เงินและทรัพย์สินเช่นเดียวกันอีกด้วย แต่กรณีของเธอคือ ทำให้เหมือนกันพวกเขาฆ่าตัวตายเอง โดยเธอถูกตัดสินประหารในปี 2013

ใช่ทั้งคู่อยู่ในข่ายของ Love Scams ซึ่งถือเป็นการฉ้อโกงเงินประเภทหนึ่งที่อาศัย ความสัมพันธ์แบบโรแมนติกชั่วข้ามคืน แต่ส่วนใหญ่ ไม่ได้จบที่การวางยาพิษ หรือ การฆาตกรรม แต่มักจบที่ ตื่นเช้ามากระเป๋าสตางค์หายมากกว่า

หรืออย่างน้อยพวกเขามักอ้างว่า ต้องการของขวัญวันเกิดราคาแพง หรือ ต้องการสิ่งของทางการเงินอื่นๆ โดยจะสูบเหยื่อย จนกว่าเหยื่อจะไม่มีเงินเหลือใช้ เหยื่อบางรายถึงขนาดถูกบังคับให้ไปกู้เงินมาเลยทีเดียว

ทางทนายของ ชิซาโกะ ถึงกับยกเรื่องว่า เธอมีเงินจำนวนหลายล้านเหรียญแล้ว เธอจะทำไปเพื่่ออะไร ?? โดยยกเรื่อง ภาวะสมองเสื่อมขึ้นมาต่อสู้ แต่ศาลยังเห็นว่า เธอมีการวางแผนอย่างจริงจัง !!! ดังนั้นจึงตัดสินประหารชีวิตเธอในปี 2017

อย่างไรก็ดี เธอเป็นคนพูดน้อย ทำให้ไม่มีใครรู้ความจริงว่า แม้เธอจะร่ำรวยแล้ว แต่เธอก็ยังคงสังหารเหยื่อต่อไป เพื่ออะไร 


“แม้ว่าคุณจะใคร่ครวญเรื่องนี้ บาปของคุณก็จะไม่หายไป” เธอกล่าว “มันจะไม่ไปถึงคนตาย”




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

คดีหลอน : ผีโทรเข้ารายกาาร (2023:มาเลเซีย) : ใจไม่ถึง อย่าดู

คดีฆาตกรรม : คดีฆาตกรรมปลาหมึกพิศวง (เกาหลี : 2010)

คดีฆาตกรรม : คดีสังหารหมู่ โกชีวอน StrangersFromHell